อิสลามศึกษาแบบเข้ม หลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการและอัตลักษณ์ของชุมชน

อิสลามศึกษาแบบเข้ม
หลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการและอัตลักษณ์ของชุมชน

ฟาฏินา วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 ส.ค. 52

          การจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นสังคมไทยหรือสังคมโลกต้องมุ่งเน้นให้เกิดทั้งด้านความรู้และคุณธรรม  เพราะหากเราสร้างคนให้เป็นคนเก่งเพียงอย่างเดียวแต่ไร้ซึ่งคุณธรรม  ก็อาจส่งผลร้ายต่อประเทศชาติได้อย่างมหันต์  ดังเช่นพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเมื่อ 20 สิงหาคม 2507 ที่ว่า  “วิชาความรู้นั้น ถ้าใช้ในทางที่ดีด้วยความรู้เท่าทัน ก็จะช่วยป้องกันประเทศชาติให้พ้นภยันตรายจากศัตรู และสามารถช่วยการพัฒนาบ้านเมืองให้ทันกับความเจริญของโลกปัจจุบันได้  แต่ถ้าใช้ด้วยความหลงแล้ว ก็จะเป็นอันตรายแก่ตนเอง และแก่ชาติบ้านเมืองอย่างร้ายกาจที่สุด...
          อิสลามเป็นศาสนาที่มุ่งหวังให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างสันติ  การศึกษาด้านศาสนาจึงเป็นสิ่งสำคัญและถือเป็นหน้าที่ของผู้นับถือศาสนาอิสลามทุกคนจะต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์  รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และความต้องการของชุมชนมาเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปี  โดยปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนรู้อิสลามศึกษาในระบบโรงเรียน 2 มิติ  คือ  
          มิติแรก  เป็นการเรียนรู้เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต  กำหนดให้ผู้เรียนที่นับถือศาสนาอิสลามได้เรียนรู้อิสลามศึกษา  ในสาระที่ 1 : ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ที่มุ่งเน้นมาตรฐานผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  มีความรู้และเข้าใจหลักการศรัทธา  หลักปฏิบัติ  และหลักคุณธรรม  จริยธรรมเพื่อยึดถือเป็นระบบแห่งชีวิต  สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง  
          ส่วนมิติที่สอง เป็นการเรียนรู้อิสลามศึกษาแบบเข้ม  โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำหลักสูตรอิสลามศึกษา  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ซึ่งได้มีการลงนามประกาศใช้หลักสูตรไปเรียบร้อยแล้ว  เป็นการจัดการศึกษาด้านศาสนาอิสลามให้กับผู้เรียนควบคู่ไปพร้อมกับการเรียนวิชาสามัญในโรงเรียนของรัฐทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีความพร้อมและเป็นที่ต้องการของชุมชน   เมื่อผู้เรียนจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งด้านวิชาสามัญและศาสนา  คือ จบระดับประถมศึกษาปีที่ 6  จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบติดาอียะฮฺ)  จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3  จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนกลาง (มุตตะวัซซีเฏาะฮฺ)  และจบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6  จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนปลาย (ซานาวียะฮฺ)  
          ในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มนั้น มิได้กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องนำไปดำเนินการแต่ประการใด หากแต่กำหนดให้สถานศึกษาที่ประสงค์จะนำหลักสูตรนี้ไปใช้ต้องคำนึงถึงความพร้อมด้านทรัพยากร แหล่งการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในแต่ละท้องถิ่นเป็นสำคัญ  โดยสถานศึกษาจะต้องจัดบูรณาการกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตั้งแต่วิสัยทัศน์ หลักการ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัวชี้วัดในบางสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมถึงการวัดและประเมินผลที่อาจใช้ร่วมกันในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนได้  ปัจจุบันมีสถานศึกษาที่เปิดสอนอิสลามศึกษาแบบเข้มใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส  สงขลา เขต 3  และสตูล รวมทั้งสิ้น 274 โรง  
          หลักสูตรดังกล่าว  มีการกำหนดตัวชี้วัดคุณภาพของผู้เรียนด้านต่าง ๆ ไว้ในแต่ละสาระ  ประกอบด้วย  สาระอัล-กุรฺอาน   สาระอัล-หะดีษ  สาระอัล-อะกีดะฮฺ (หลักศรัทธา)  สาระอัล-ฟิกฮฺ (ศาสนบัญญัติ)  สาระอัตตารีค     (ศาสนประวัติ)  สาระอัล-อัคลาก (จริยธรรม)  สาระภาษาอาหรับ  และสาระภาษามลายู/ภาษาอาหรับเสริม   เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในแต่ละระดับการศึกษา  ทั้งด้านองค์ความรู้  ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้  และคุณลักษณะหรือค่านิยมที่พึงประสงค์  คุณธรรม  จริยธรรมของผู้เรียน  
          “แน่นอนการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญควบคู่ศาสนาในโรงเรียนของรัฐนั้นจะเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้เรียนสามารถประพฤติปฏิบัติและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเช่นปัจจุบัน  จะสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนว่าเด็กจะเติมโตเป็นคนดี มีศาสนา มีคุณธรรม  และชุมชนจะภาคภูมิใจที่รัฐและสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้สอดคล้องกับความต้องการ  ซึ่งในการดำเนินงานของโรงเรียนนั้นจะได้รับความร่วมมือจากชุมชนในทุกด้าน  ถือเป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนเป็นอย่างดียิ่ง”  คำกล่าวตอนหนึ่งของ นายซอมะ ดาแม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาส เขต 1
          “การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลนั้น  ต้องจัดอย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีผู้เรียนนับถือศาสนาอิสลาม  มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยการประสานความร่วมมือระหว่างผู้นำทางศาสนา  กรรมการอิสลามประจำจังหวัด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันส่งเสริม  สนับสนุน  และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญควบคู่วิชาศาสนาหรืออิสลามศึกษาแบบเข้มในโรงเรียนของรัฐนั้น จะเป็นประโยชน์ยิ่งทั้งต่อผู้เรียน สังคม และประเทศชาติต่อไป รัฐควรสนับสนุนให้โรงเรียนที่ชุมชนต้องการและมีความพร้อมได้เปิดสอนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ” ความคิดเห็นส่วนหนึ่งของ ว่าที่ ร.ต.คุณาวุฒิ เดชเสถียร กรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
          หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้อิสลามศึกษา จะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง  มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ รวมทั้งรักการอ่านอัล - กุรฺอาน รักการละหมาด รักความสะอาด มีมารยาทแบบอิสลาม มีความรับผิดชอบ มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่สังคมคาดหวังและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข