เด็กไทยในอนาคต : ก้าวไกลสู่เวทีโลกคงไม่ไกลเกินฝัน

เด็กไทยในอนาคต : ก้าวไกลสู่เวทีโลกคงไม่ไกลเกินฝัน

ฟาฏินา วงศ์เลขา

     ในการพัฒนาประเทศให้สามารถก้าวสู่การแข่งขันด้านต่าง ๆ ในเวทีโลกได้นั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องพัฒนากระบวนการศึกษาของชาติให้มีมาตรฐานทางวิชาการในระดับสากลให้ได้ก่อน เพราะเราต้องยอมรับว่าการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างคนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน และนำพาประเทศชาติไปสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกได้ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะพัฒนาคุณภาพของคนไทยให้มีศักยภาพก้าวไกลไปสู่มาตรฐานสากล โดยเฉพาะการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถือเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตในอนาคตของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง และในการพัฒนาคุณภาพการศึกษานั้นสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ หลักสูตรที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

     นับแต่กระทรวงศึกษาธิการได้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ คือ เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 และใช้ครบทุกชั้นในปีการศึกษา 2548 ซึ่งในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้มีเสียงสะท้อนออกมาเป็นระลอก ๆ โดยหลายโรงเรียนที่มีความพร้อมโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ส่วนใหญ่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสูง โรงเรียนสามารถจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาได้สอดคล้องกับท้องถิ่นและความต้องการของชุมชน

     แต่ยังมีโรงเรียนอีกจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่เห็นว่าการใช้หลักสูตรดังกล่าวยังคงมีปัญหา ทั้งในเรื่องของความเข้าใจ ความชัดเจน ความซ้ำซ้อนของมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น ส่วนครูผู้สอนนั้น บ้างก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บ้างก็ยังขาดเทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ บ้างก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการวัดและประเมินผลตามหลักสูตร เป็นต้น ส่วนกรณีที่ครูส่วนใหญ่ต้องสอนไม่ตรงกับวิชาเอกที่จบมาและไม่ตรงกับความถนัด หรือครูมีภาระงานอื่น ทั้งงานบริการ งานธุรการ งานห้องสมุด และงานอื่น ๆ อีกมากมายจนไม่มีเวลาในการเตรียมการสอนนั้น ถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมาเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่ยังคงไม่สามารถแก้ไขได้สักที อย่างไรก็ตามคงต้องเป็นภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องวางยุทธศาสตร์เพื่อหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ต่อไป เพื่อให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเพิ่มศักยภาพของเด็กไทยให้สามารถก้าวไกลสู่เวทีโลกให้ได้

     “คุณภาพเด็กไทยในอนาคต” เป็นจุดเน้นที่น่าสนใจของการจัดงานมหกรรมวิชาการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นการนำเสนอความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานทั้งในด้านกระบวนที่นำไปสู่ความสำเร็จ ความสำเร็จที่เกิดขึ้น และแนวทางการพัฒนาต่อไปของสถานศึกษา โดยผลงานที่นำมาเสนอมีทั้งในรูปแบบนิทรรศการ เวทีเสวนาทางวิชาการ การประชุมสัมมนา การสาธิต การเปิดเวทีให้นักเรียนได้แสดงความสามารถด้านดนตรี กีฬา ศิลปและวัฒนธรรม รวมถึงการประกวดแข่งขัน เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มุ่งไปที่คุณภาพของเด็กไทย ด้วยกลยุทธิ์ที่มีเป้าหมายชัดเจนใน 3 มิติ คือ

     มิติที่ 1 โอกาสทางการศึกษา “ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย” จุดเน้นที่ชัดเจน คือ การจัดการศึกษาให้แก่เด็กไทยทุกคนอย่างทั่วถึง มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน ทั้งเด็กปกติ เด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส และเด็กอัจฉริยะ นำเสนอในรูปแบบของนิทรรศการ สาธิตการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจำลองห้องเรียนเคลื่อนที่ การใช้ระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม สาธิตการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษาสำหรับคนพิการ สาธิตงานอาชีพของนักเรียนพิการ เป็นต้น ซึ่งเป็นการสะท้อนสภาพปัญหา การนำวิธีการ กระบวนการและนวัตกรรมมาบริหารจักการดำเนินการพัฒนาส่งเสริมให้การจัดการศึกษาไปสู่เป้าหมาย และผลสำเร็จสุดท้ายอยู่ที่ “คุณภาพของเด็กไทยไปสู่มาตรฐานสากล”

     มิติที่ 2 คุณภาพเด็กไทยในอนาคต มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้แก่เด็กทุกระดับทุกประเภท ด้วยการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้เรียน ความเป็นสากลและสนองความต้องการของท้องถิ่น ให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกทักษะกระบวนการคิดเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา รักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมด้วยคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเรียนการสอน โดยเสนอจุดเน้น “เรียนรู้สู่ความเป็นเลิศมุ่งสู่สากล”

     และ มิติที่ 3 ศักยภาพขีดความสามารถสู่สากล เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงกระบวนการและนวัตกรรมที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของนักเรียน การจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของนักเรียนไทยให้ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมที่นำเสนอ เช่น การแข่งขันการประชันกลอนสด การแข่งขันจัดทำเว็บไซต์ และ e-book การแข่งขันด้านอัจฉริยภาพผู้เรียน “OBEC QUIZ” Super child show “สุดยอดอัจฉริยะ” นิทรรศการ “Multimedia” ด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ นิทรรศการ “เส้นทางสู่อัจฉริยภาพ” เป็นต้น

     นอกจากกิจกรรมที่ได้หยิบยกมากล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีอีกมากมายหลากหลายกิจกรรมล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเวทีวิชาการ “สมองกลคนรุ่นใหม่” โดยครูและนักเรียนร่วมสาธิตนำเสนอการจัดการเรียนการสอนด้วยหุ่นยนต์ เช่น หุ่นยนต์ไต่บันไดตัดลูกโปร่ง หุ่นยนต์เต้นแอโรบิค หุ่นยนต์กู้ภัย ฯลฯ การเสวนา “การศึกษากับโรงเรียนในฝัน” โดยผู้บริหารจากโรงเรียนในฝัน 4 ภาค และมีการนำเสนอผลผลิตการเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การแสดง ICT Animation ภาษา การสอนคณิตศาสตร์ การสอนวิทยาศาสตร์ การสอนแบบบูรณาการ การสอนคิดวิเคราะห์ การสร้างเครื่องบินเล็ก เป็นต้น

     จากงานนี้คงจะเป็นการฉายภาพแห่งความสำเร็จให้สาธารณชนได้รับรู้ในระดับหนึ่งว่า ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยได้พัฒนาและก้าวหน้าไปไกลกว่าที่หลาย ๆ คนคิด แต่กระทรวงศึกษาธิการก็คงจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อนำการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่การสร้างคุณภาพเด็กไทยในอนาคตให้สามารถอยู่อย่างมีความสุขในวิถีไทยและก้าวไกลในสังคมโลกให้ได้