สื่อการเรียนรู้ : ปัจจัยนำผู้เรียนก้าวถึงเป้าหมาย

สื่อการเรียนรู้ : ปัจจัยนำผู้เรียนก้าวถึงเป้าหมาย

ฟาฏินา วงศ์เลขา

     เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า สังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ยุคโลกไร้พรมแดน การจัดการเรียนรู้ยุคใหม่จึงต้องเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และยังต้องจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ยังมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สำคัญ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก

     หลักสูตรการศึกษาเป็นตัวกำหนดเป้าหมายเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล แต่กลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ผู้เรียนก้าวไปถึงเป้าหมายได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ ที่สำคัญคือ ผู้บริหารซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้บรรลุมาตรฐาน ครูผู้สอนจึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนควรได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง รู้จักเสาะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาหรือบรรยากาศภายในห้องเรียนที่จะเอื้อและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานได้ อีกทั้งผู้ปกครองยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ

     แม้หลักสูตรจะเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการจัดการศึกษา แต่สื่อการเรียนรู้ก็มีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในการนำพาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายการจัดการศึกษาตามที่หลักสูตรกำหนด ในอดีตเรามีวัดเป็นโรงเรียน มีพระภิกษุเป็นครู สถานที่ศึกษาเล่าเรียนคือกุฏิของพระอาจารย์ โดยมีจินดามณีเป็นแบบเรียนเล่มแรกของไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือเป็นแบบเรียนที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนไทย เหตุผลที่ชื่อจินดามณี เพราะจินดามณีเป็นชื่อของแก้วสารพัดนึกชนิดหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครมีแก้วชนิดนี้นึกอยากจะได้อะไรก็จะได้ตามที่นึกซึ่งเปรียบเทียบกับการได้เรียนหนังสือในสมัยนั้นว่า หากผู้ใดได้เรียนหนังสือก็จะมีความรู้ที่แตกฉานจะคิดทำอะไรก็สามารถทำได้เหมือนมีแก้วสารพัดนึก

     แบบเรียน ตำราเรียน หนังสือเรียนเป็นชื่อเรียกตามยุคสมัย เราจะเห็นว่าเมื่อมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรก็จะมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหนังสือเรียนควบคู่กันไปเสมอ เพราะหนังสือเรียนจะต้องนำเสนอเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหลักสูตรนั่นเอง 

     ในอดีตการผลิตและจัดทำหนังสือเรียนเป็นหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ต่อมาในปีการศึกษา2546 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสื่อเสรีที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับชั้น โดยให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งส่งผลให้ปัจจุบันมีสื่อการเรียนรู้มากมายหลากหลายจากหลายสำนักพิมพ์ให้สถานศึกษาได้พิจารณาเลือกใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องเหมาะสมกับหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนแต่ละแห่ง

     สื่อการเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการสร้างหรือเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องเหมาะสมกับเนื้อหาวุฒิภาวะ และความสนใจของผู้เรียน ควรเป็นสื่อที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการคิดทั้งการคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดที่หลากหลาย ซึ่งสื่อที่ดีควรเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองต่อไป

     ด้วยความหลากหลายทั้งรูปแบบและประเภทของสื่อการเรียนรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนและผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพึงตระหนักไว้เสมอว่า "ไม่มีสื่อการเรียนรู้ใดที่จะสามารถใช้ได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์"ดังนั้นการพิจารณาเลือกใช้สื่อจึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของครูผู้สอนที่ไม่อาจละเลย ต้องพิจารณาเลือกสื่อที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับผู้เรียนในแต่ละเรื่องหรือแต่ละระดับชั้น

     ในปีการศึกษา 2553 กระทรวงศึกษาธิการยังคงต่อเนื่องโครงการนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ โดยในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้สนับสนุนงบประมาณให้สถานศึกษาจัดซื้อแจกนักเรียนทุกคน ทั้งหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมสุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และแบบฝึกหัดสำหรับให้ผู้เรียนเฉพาะระดับประถมศึกษาได้ฝึกปฏิบัติ เพื่อช่วยเสริมให้เกิดทักษะและความแตกฉานในบทเรียน ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทยคณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

     ในการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีนั้น สถานศึกษาสามารถพิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดจากบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา ทั้งฉบับของกระทรวงศึกษาธิการและฉบับของสำนักพิมพ์เอกชนที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษา รวมถึงฉบับของสำนักพิมพ์เอกชนที่ผ่านการประกันคุณภาพโดยผู้ผลิต ทั้งนี้สถานศึกษาสามารถดำเนินการโดยให้ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่สถานศึกษากำหนด เสนอให้คณะ กรรมการวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาก่อนเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย คือ ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนกรรมการนักเรียน และผู้แทนชุมชน

     ณ ปัจจุบัน สังคมมีความก้าวไกลทางด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี การจัดการเรียนรู้จะใช้เพียงแค่หนังสือเรียนอย่างเช่นในอดีตคงไม่ได้อีกต่อไป คงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและครูผู้สอนที่จะต้องแสวงหารูปแบบและเครื่องมือที่หลากหลายเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ก้าวไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนในสังคมต่อไป