ครู : ปูชนียบุคคลปัจจัยแห่งความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา

ครู : ปูชนียบุคคลปัจจัยแห่งความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา

ฟาฏินา วงศ์เลขา 

     ทุกปีเมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ในเดือนมกราคม บรรดาเด็ก ๆ ต่างก็รอคอยให้ถึงวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนหรือวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันพิเศษสำหรับเด็ก ๆ ทุกคนที่จะได้รับความสุขสนุกสนานอย่างเต็มที่ ด้วยการร่วมกิจกรรมและรับของขวัญของรางวัลหลากหลายที่ผู้ใหญ่ใจดีทั้งภาครัฐและเอกชนจัดเตรียมไว้ให้ และในเดือนเดียวกันนี้ยังมีวันสำคัญยิ่งสำหรับแวดวงการศึกษา นั่นคือ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นวันครู เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูครู และเพื่อให้มีการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อคุณครูทั้งหลาย

     เป็นที่ยอมรับกันว่า ครู เป็นปูชนียบุคคล ที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ไม่อาจมองข้ามประการหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษา ครูมีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ สรรค์สร้างภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ

     นับแต่อดีต ครูเป็นบุคคลที่สังคมให้ความไว้วางใจ ในการทำหน้าที่เสริมแต่งให้เด็กและเยาวชนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ครูจึงไม่เป็นเพียงแค่คนสอนหนังสือเท่านั้น แต่ครูต้องเป็นมากกว่านั้น คือนอกจากสอนหนังสือแล้ว ยังต้องเป็นผู้มีความรู้ เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งพิงของสังคมได้ ดังพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่คณะครูโรงเรียนวังไกลกังวล เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2521 ความตอนหนึ่งว่า
     “สำหรับครูนั้น ก็จะต้องทำตัวให้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพ เป็นที่เชื่อใจของนักเรียน คือข้อแรก ต้องฝึกฝนตนเองให้แตกฉานและแม่นยำ ชำนาญทั้งในวิชาความรู้และวิธีสอน เพื่อสามารถสอนวิชาทั้งปวงได้โดยถูกต้อง กระจ่างชัด และครบถ้วนสมบูรณ์ อีกข้อหนึ่ง ต้องทำตัวให้ดี คือต้องมีและแสดงความเมตตากรุณา ความซื่อสัตย์สุจริต ความสุภาพ ความเข้มแข็งและอดทนให้ปรากฏชัดเจน จนเคยชินเป็นปกติวิสัยเด็ก ๆ จะได้เห็น ได้เข้าใจในคุณค่าของความรู้ในความดี และในตัวครูเองอย่างซาบซึ้ง และยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง ภารกิจของครู คือการให้การศึกษาก็จะได้บรรลุตามที่มุ่งหวัง”

     หลายท่านอยากเห็นครูในอนาคตเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามเกณฑ์ของระดับคุณภาพที่เป็นสากล แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อโต้แย้ง เพราะเกรงว่าถ้าเรามองระดับคุณภาพครู โดยพิจารณาเฉพาะด้านความรู้ความสามารถแล้วจะส่งผลให้เราได้ครูที่อาจจะขาดคุณลักษณะที่สำคัญของการเป็นครูดีที่แท้จริงได้

     ครูที่แท้จริงเป็นผู้ที่ควรแก่การเคารพ ยกย่อง เชิดชูเกียรติ เป็นปูชนียบุคคล เป็นทั้งที่พึ่งและผู้นำทางจิตวิญญาณแก่สังคม คุณลักษณะของครูที่ดีนั้นมีมากมาย เช่น เสาะแสวงหาความรู้ที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ มีคุณธรรม ชี้นำสังคมตามแนวทางที่ถูกต้อง อบรมสั่งสอนให้ผู้เรียนมีจิตใจที่มีคุณธรรม จริยธรรม รักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีจิตสำนึกของความเป็นครู มีความศรัทธาต่อวิชาชีพของตน รักที่จะสอน และที่สำคัญครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนหรือแสวงหาเทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับความถนัดผู้เรียน โดยจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา ซึ่งครูที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนนั้นมีวิธีการและเทคนิคมากมาย เช่น

     อ.ประภีร์ อังสุวร โรงเรียนเมืองสุพรรณ ได้เล่าให้ฟังว่า ระหว่างสอนนั้นครูต้องสร้างบรรยากาศในห้องเรียน เป็นมิตรและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ที่สำคัญต้องไม่เลือกปฏิบัติ และให้ความเสมอภาคกับทุกคน สำหรับเทคนิคดี ๆ ที่ใช้ได้ผล คือ ครูจะไม่เอาบทเรียนเป็นตัวตั้งในการสอน แต่ใช้เด็กเป็นจุดศูนย์กลาง และดึงความรู้มาเกี่ยวพันกับชีวิตเด็กให้ได้ เคล็ดลับสำคัญ คือ อย่าเอาการบ้านมาทำลายบรรยากาศในการเรียน และไม่จำเป็นต้องจ้ำจี้จ้ำไชให้เด็กต้องส่งการบ้านทุกวัน เพราะจะทำให้เด็กเครียดจนไม่อยากมาเรียน ต้องคิดเสมอว่า เราสอนคนไม่ใช่สอนความรู้ ถ้าครูมุ่งสอนแต่เนื้อหา เด็กอาจจะไม่อยากเรียน ครูจึงต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา คือ การให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข

     ขณะที่ อ.รัตนศักดิ์ บทมาตร โรงเรียนศรีสงคราม บอกว่า “การสอนภาษาอังกฤษด้วยหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบชูความเป็นไทยที่จัดทำขึ้นเอง โดยการนำภูมิปัญญาไทยและความเป็นไทยต่าง ๆ มาเป็นบทเรียน แทนการเรียนจากตำราทั่วไปที่วางขายในท้องตลาดซึ่งล้วนแล้วแต่มีเนื้อหาที่เป็นวัฒนธรรมตะวันตก ไม่ใช่แค่นักเรียนจะได้ฝึกภาษาเท่านั้น แต่เด็กยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย ซึ่งจะมีการสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตผ่านบทสนทนาที่ใช้คำศัพท์ง่าย ๆ เป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่จริงของเด็กมาสอน ทำให้เด็ก ๆ สนุกกับการเรียน เพราะได้ทั้งคำศัพท์และบทสนทนาที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ แถมยังช่วยประหยัดค่าตำราเรียนให้เด็กด้วย”

     ส่วน อ.ทัศนีย์ เทียมศรี โรงเรียนวานิชวิทยา จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “ในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางและให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงครูอย่ากลัวว่าจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แล้วในที่สุดครูก็จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าความเหนื่อย เพราะ เมื่อเด็กสนุกที่จะเรียน ครูเองก็พลอยสนุกที่จะสอน ทั้งครูและนักเรียนต่างก็จะได้สอนและเรียนไปพร้อมกันอย่างมีความสุข และจากการติดตามผล พบว่าการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่นี้ผลการเรียนของนักเรียนจะดีขึ้นมาก เพราะเด็กจะสามารถจดจำความรู้ต่าง ๆ ในลักษณะของภาพประสบการณ์ ซึ่งง่ายต่อการรื้อฟื้นความจำเพื่อนำความรู้ออกมาใช้”

     สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวอย่างของภาพแห่งความสำเร็จของครูในยุคปฏิรูปการศึกษาที่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุด ซึ่งเป็นอีกแรงหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการศึกษาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

     ครูมิใช่มีหน้าที่เพียงแค่สอนให้ผู้เรียนเป็นคนดี แต่จะต้องสอนให้มีสติปัญญา หล่อหลอมให้เป็นบุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็ง และแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดอยู่ในสังคมยุคที่เกือบจะวิกฤติในทุกด้านอย่างเช่นทุกวันนี้ ได้อย่างมีความสุขและเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและการเป็นคนดีของสังคมด้วย