การผสมผสานองค์ความรู้สู่ชีวิตจริง

การผสมผสานองค์ความรู้สู่ชีวิตจริง

ฟาฏินา วงศ์เลขา

     นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กระทรวงศึกษาธิการได้เน้นเรื่องการปฏิรูปการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะเป็นปัจจัยส่งผลถึงความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน ดังที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะผลักดันให้มีการ “ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน” โดยประกาศเจตนารมณ์ให้ปี 2549 เป็นปีแห่งการปฏิรูปการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 เน้นให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ตามความถนัด ความสนใจ และเต็มตามศักยภาพ ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างหลากหลายสอดคล้องกับสภาพจริง และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะในยุคสมัยนี้องค์ความรู้ไม่จำกัดอยู่แค่ในหนังสือเรียนหรือเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้น

     ปัญหาหนึ่งของการจัดการศึกษาที่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ยากต่อการแก้ไขที่หลายๆ ประเทศ รวมถึงการศึกษาของบ้านเราประสบพบเจอ นั่นก็คือ การจัดการเรียนรู้แบบแยกส่วน โดยแยกสอนเป็นวิชาๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้เรียนต้องจดจำเนื้อหา และมักจะไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ระหว่างวิชาต่างๆ ได้ ในเรื่องนี้มีนักวิชาการหลายท่านเห็นว่า การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ซึ่งเป็นการนำเนื้อหาวิชาที่สอดคล้องกันใกล้เคียงกันมาสอนร่วมกัน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ ความคิด ทักษะ และประสบการณ์ที่มีความหลากหลายและสัมพันธ์กัน ให้เกิดการรู้ลึก รู้จริง ในสิ่งที่ศึกษา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ครูผู้สอนสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

     จากการติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า ผู้ใช้หลักสูตรยังขาดความชัดเจนในเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ที่ผ่านมา สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้จัดทำเอกสารเรียนรู้...บูรณาการ แนวการจัดทำหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ และแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อเป็นสื่อช่วยให้ผู้ใช้หลักสูตรมีความเข้าใจตรงกัน และเห็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านหลักการ แนวคิด และตัวอย่างแนวการจัดการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย ซึ่งครูผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ วันนี้ ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างในเรื่องของการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ บ้างก็เห็นด้วย สนับสนุน และปฏิบัติ บ้างก็ยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับ

     ในสภาพความเป็นจริงปัจจุบันเราจะเห็นว่า มีครูผู้สอนจำนวนหนึ่งที่สามารถจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการได้ประสบความสำเร็จและมองว่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในขณะเดียวกันยังคงมีครูผู้สอนอีกจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการสอนแบบบูรณาการไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนต่อการนำไปปฏิบัติ จึงไม่ประสงค์จะปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ยังคงต้องการจะยึดวิธีการสอนแบบเดิมๆ ตรงนี้เราต้องยอมรับในความสามารถที่แตกต่างของครูแต่ละคน เพราะครูบางคนมีความสามารถด้านศิลปะ แต่อาจไม่ถนัดเรื่องคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ ในขณะที่บางคนอาจมีความสามารถด้านภาษาไทย แต่อาจไม่ถนัดด้านอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามเพียงขอให้ครูมีความตั้งใจจริง มุ่งมั่น และที่สำคัญต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออก หนทางแก้ไขก็คือ ต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่างเพื่อนครู ต้องมีการวางแผนการสอนร่วมกัน สำหรับการจัดการเรียนรู้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ส่วนจะเลือกใช้วิธีใดย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะรายละเอียดของเนื้อหาสาระการเรียนรู้นั้น ๆ หนึ่งความคิดจากครูผู้สอนที่เห็นด้วยกับการสอนแบบบูรณาการมองว่า การสอนแบบบูรณาการไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าครูเข้าใจเรื่องแผนผังความคิด โดย ครูต้องศึกษาสาระของหลักสูตร ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของแต่ละกลุ่มสาระ แล้วนำมากำหนดหน่วยการเรียน จากนั้นเอาหน่วยการเรียนรู้ที่ตั้งไว้เป็นตัวกำหนดว่าจะสอนในกลุ่มสาระใดบ้าง เช่น กำหนดหน่วยการเรียนรู้เรื่อง วันออกพรรษา ในช่วงชั้นที่ 1 คณิตศาสตร์สอนเรื่องตัวเลข ภาษาไทยสอนคำศัพท์เกี่ยวกับวัน ออกพรรษา สังคมฯ สอนเกี่ยวกับประวัติ ความสำคัญ ส่วนศิลปะให้วาดภาพหรือทำสมุดภาพ เป็นต้น หนึ่งความเห็นมาจากผู้ปกครอง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการสอนแบบบูรณาการ โดยให้เหตุผลว่าในโลกนี้คงไม่มีวิธีการใดที่ดีที่สุด สำหรับการสอนทุก ๆ วิชา ดังนั้นครูจะสอนอย่างไร ใช้เทคนิควิธีการใด คงต้องดูที่ความเหมาะสมกับเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรเน้นที่เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เรียนอย่างเข้าใจถ่องแท้ ขอให้สอนเด็กในแนวลึก ให้เด็กรู้ลึกและรู้จริงในแต่ละวิชา ที่สำคัญคือสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ จริง ๆ แล้วในการเรียนการสอนแต่ละวิชานั้น ทุกวันนี้ก็มีการบูรณาการกันเองอยู่แล้ว เช่น เด็กเรียนคณิตศาสตร์เรื่องโจทย์ปัญหา การให้เด็กอ่านโจทย์ปัญหาก็มีการบูรณาการภาษาไทยไปโดยอัตโนมัติ หนึ่งประสบการณ์จากครูผู้สอนที่ประสบความสำเร็จหลังจากนำบูรณาการการสอนไปใช้ “ในอดีตไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าคำว่า บูรณาการ หมายถึงอะไร แต่ได้จำเทคนิคหรือวิธีการสอนของครูที่ตัวเองรู้สึกประทับใจ แล้วนำมาปรับใช้ในการสอน โดยดูว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในกลุ่มสาระใดที่สัมพันธ์กันหรือไปด้วยกันได้ก็จะนำมาผนวกเข้าด้วยกันในลักษณะการสอนแบบผสมผสาน

     สำหรับเทคนิคการสอนนั้นได้ใช้วิธีการยกตัวอย่าง บอกเล่าเรื่องจากประสบการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในท้องถิ่น ข่าวสารหรือสถานการณ์บ้านเมือง หลังจากนำวิธีบูรณาการการสอนมาใช้ก็ทำให้เด็กที่ไม่ค่อยสนใจการเรียนมีความกระตือรือร้น มีความเพลิดเพลินกับการเรียน สามารถจดจำในเรื่องที่เรียนได้ดีขึ้น ทำให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งต่างจากการสอนตามเนื้อหาจากในหนังสืออย่างเดียว” การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการคงจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในยุคปัจจุบัน เพราะผู้เรียนจะได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย เรียนรู้ได้ดีมีความสุข และเรียนรู้อย่างมีความหมายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้ว่าเราไม่สามารถฝึกทุกคนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องได้ แต่เราจะต้องฝึกให้ผู้เรียนสามารถบูรณาการสิ่งที่ได้เรียนรู้เข้ากับชีวิตจริงให้ได้