การเรียนคณิตศาสตร์ : ความจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

การเรียนคณิตศาสตร์ : ความจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

ฟาฏินา   วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 ม.ค. 52

          เมื่อเอ่ยถึงวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนหลาย ๆ คนบอกว่าเป็นวิชาที่ยาก ไม่ชอบเรียน เพราะมีแต่การคำนวณเป็นส่วนใหญ่  ในขณะที่อีกหลายคนมีคำถามว่าทำไมเราต้องเรียนคณิตศาสตร์ ในเมื่อการบวก ลบ คูณ หาร ปัจจุบันเรามีเครื่องคิดเลขใช้แล้ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างเจตคติที่ดีให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนไม่รู้สึกว่าการเรียนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ให้นักเรียนรู้สึกอยากเรียนคณิตศาสตร์ เพราะเป้าหมายสูงสุดของการเรียนคณิตศาสตร์ คือ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการนำไปใช้เป็นพื้นฐานการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ
          คณิตศาสตร์เป็นวิชาทักษะ  ดังนั้น การเรียนคณิตศาสตร์ก็เหมือนการเรียนเปียโน หากขาดการฝึกซ้อมคงจะไม่สามารถเป็นนักเปียโนที่เก่งได้ฉันใด การทำโจทย์คณิตศาสตร์ทุกวันก็จะช่วยให้เก่งคณิตศาสตร์ได้ฉันนั้น ปัจจุบันคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานของศาสตร์อื่น ๆ อีกหลายสาขา เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เป็นต้น
          คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์  คิดอย่างมีเหตุผล  เป็นระบบ  มีแบบแผน  สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม  อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาศาสตร์อื่น ๆ  คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต  ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 
          ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเรียนคณิตศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าวิชาอื่น ๆ  โดยมุ่งให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่องและตามศักยภาพ  แต่เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศพบว่ายังอยู่ในอันดับท้าย ๆ  อาจจะเป็นเพราะเรายังให้ความสำคัญในด้านนี้น้อยเกินไป  ปัจจุบันเรามีคนเก่งคณิตศาสตร์ตามธรรมชาติเพียงแค่ประมาณร้อยละ 3  เท่านั้นเอง  ในขณะที่ประเทศชั้นนำของโลกได้ให้ความสำคัญต่อคณิตศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เช่น ประเทศไต้หวัน  หรือสิงคโปร์  สามารถพัฒนาเด็กให้เก่งคณิตศาสตร์ได้ถึงร้อยละ 40 
หัวใจสำคัญของการเรียนคณิตศาสตร์  คือ

  • มีความรู้และเข้าใจในหลักการ วิธีการ ทฤษฎี ที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นๆ จากการตั้งใจฟังครูผู้สอน ศึกษาตามตัวอย่างในหนังสือต่าง ๆ การฟังหรืออ่านหากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจต้องถามผู้รู้ทันที
  • มีความเข้าใจในความคิดรวบยอดของเรื่องนั้นๆ ให้ถ่องแท้ จนสามารถอธิบาย เขียน หรือยกตัวอย่างได้  ดังนั้นในการเริ่มต้นเรียนคณิตศาสตร์จะต้องทำความเข้าใจความคิดรวบยอดก่อน หากไม่เข้าใจต้องศึกษาหรือถามผู้รู้ให้เข้าใจถ่องแท้  เพื่อนำไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ต่อไป
  • มีทักษะการแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดคำนวณ การวัด การประมาณ การอ่าน และแปลผลข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การทำนาย  สิ่งที่สำคัญคือฝึกฝนทำแบบฝึกหัดหรือทำโจทย์คณิตศาสตร์มาก ๆ อย่างสม่ำเสมอ  เป็นทักษะที่มีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีการฝึกฝนก็จะไม่สามารถเป็นคนเก่งคณิตศาสตร์ได้เลย  และเมื่อฝึกฝนจนทำได้แล้วจะช่วยให้รู้สึกว่าการเรียนคณิตศาสตร์นั้นไม่ยากอย่างที่คิด  และจะเกิดความสนุกสนานในการแก้ปัญหาโจทย์อีกด้วย
  • มีความสามารถในการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

          จะเห็นว่า  คณิตศาสตร์มิใช่เป็นวิชาที่เพียงให้คิดคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขเท่านั้น  แต่การเรียนรู้คณิตศาสตร์จะต้องให้เกิดคุณสมบัติซึ่งถือเป็นศักยภาพทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญ คือ ความสามารถในการสำรวจ  ความสามารถในการคาดเดา  ความสามารถในการให้เหตุผล  และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ   
          ถ้าถามเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ถึงเหตุผลที่ไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์  จะพบว่ามีหลายสาเหตุ  เช่น  บางคนไม่ชอบเพราะรู้สึกว่ายากเกินไป  บางคนไม่ชอบคิด บางคนไม่ชอบทำแบบฝึกหัด บางคนไม่ชอบเพราะครูสอนไม่เข้าใจ  ครูสอนไม่สนุก  ครูดุ  จู้จี้ขี้บ่น  เป็นต้น  ดังนั้น ครูผู้สอนจำเป็นต้องสำรวจเพื่อให้ทราบว่าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์เพราะอะไร พร้อมทั้งช่วยกันหาทางแก้ปัญหา  เพื่อให้นักเรียนใส่ใจคณิตศาสตร์กันมากขึ้น  โดยอาจสอนเนื้อหาที่สามารถทำให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้มากที่สุด  เน้นให้ผู้เรียนเกิดการฝึกทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์  มีการนำสถานการณ์จริงมาใช้ในการสอน เพราะการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงเป็นการฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น และเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  ทำให้ผู้เรียนมองคณิตศาสตร์เป็นรูปธรรม  เน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน  เพราะการมีส่วนร่วมจะช่วยให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นและมีแรงจูงใจในการเรียน กล้าคิด  กล้าทำ  และร่วมกันรับผิดชอบในการเรียนมากขึ้น  
          ปัญหาสำคัญของการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์  คือ ครูส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ทำให้นักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็วสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย  ส่วนผู้เรียนที่เรียนรู้ช้าหรือฟังบรรยายไม่ทันหรือไม่เข้าใจเนื้อหาที่บรรยายก็จะเกิดความเบื่อหน่าย  ไม่อยากเรียน  เมื่อต้องเรียนเรื่องใหม่จะยิ่งประสบปัญหามากขึ้น เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเดิมที่เป็นพื้นฐาน  ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำลง  และจะมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ในที่สุด 
ในการเรียนคณิตศาสตร์ให้ได้ดีนั้นคงต้องเริ่มที่การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้เรียนที่ดี คือ ในขณะที่ครูสอนจะต้อง คิด  ถาม จด หรือหากอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจควรจดคำถามไว้เพื่อคิดค้นคว้าหรือถามผู้รู้ต่อไป   ต้องอ่านหนังสือหรือทำแบบฝึกหัดมาก ๆ  จัดเวลาสำหรับทบทวนสิ่งที่เรียนมา หรืออ่านล่วงหน้าสิ่งที่จะเรียนต่อไป   หมั่นทบทวนความรู้กับเพื่อนหรือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  รวมถึงการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง  ที่สำคัญเคล็ดลับในการเรียนคณิตศาสตร์อาจยึดหลัก 3 จ. คือ จริงใจไม่มีอคติกับผู้ครูสอน  จดจำตั้งใจฟังครูสอนและหาเหตุผลกับบทเรียน  และเจาะลึกโดยต้องทำแบบฝึกหัดเป็นประจำสม่ำเสมอ
          คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและไม่อาจมองข้ามได้  เพราะคนเก่งคณิตศาสตร์สามารถสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมากมาย คนเก่งคณิตศาสตร์มิใช่ได้จากการเรียนรู้จากครูผู้สอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมั่นหาโจทย์คณิตศาสตร์ที่แปลกใหม่มาฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งนั่นเป็นสิ่ง ท้าทาย และเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างดียิ่ง และจะเป็นพื้นฐานให้เรียนเก่งวิชาอื่น ๆ อีกด้วย