สอนเพศศึกษา : “สิ่งจำเป็น” หรือจะเป็น “ดาบสองคม”

สอนเพศศึกษา : “สิ่งจำเป็น” หรือจะเป็น “ดาบสองคม”

ฟาฏินา วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 ก.ย. 53

          ปัจจุบันปัญหามากมายที่สร้างความวิตกกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่น เช่น ปัญหาเรื่องการเรียน การสอบแข่งขัน การติดยาเสพติด และอีกปัญหาหนึ่งที่ไม่อาจละเลยก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นั่นเอง
          เมื่อกล่าวถึงเรื่องการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน มักจะเกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยที่ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กจะต้องได้เรียนรู้เพื่อให้เด็กได้รู้เท่าทันและมีเกราะคุ้มกัน ส่วนอีกฝ่ายกลับมองในทำนองที่ว่า การสอนเพศศึกษาเหมือนเป็นดาบสองคม แทนที่จะเป็นผลดีอาจจะกลายเป็นการชี้โพรงให้กระรอก อาจเป็นการส่งเสริมให้มีการชิงสุกก่อนห่าม 
          จากความเห็นที่แตกต่างในประเด็นดังกล่าว ทำให้มีการถกเถียงกันมาตลอดเป็นเวลายาวนานถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก แต่หากเราคิดว่า การสอนเรื่องเพศศึกษาแบบให้ข้อมูลรอบด้านจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก เป็นการกระตุ้นให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น และไม่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมตามวัย และบริบทของแต่ละคนแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่น่าหวาดวิตกยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันเด็กมีช่องทางเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเรื่องเพศได้จากสื่อต่างๆ มากมายและง่ายดาย เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ต วีซีดี หนังสือโป๊  เป็นต้น เพราะสื่อเหล่านั้นอาจนำพาเด็กไปเผชิญกับความเสี่ยงมากมายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา เช่น โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น  
          การที่สังคมไทยให้ความสำคัญและจับจ้องพฤติกรรมของวัยรุ่นในช่วงวันวาเลนไทน์ วันลอยกระทง หรืองานเทศกาลต่างๆ นั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุในลักษณะของไฟไหม้ฟางเท่านั้นเอง แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ คือ การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง สอนให้เด็กมีเกราะคุ้มกัน มีวิจารณญาณ และรู้เท่าทันเรื่องของเพศ
          เพศศึกษาเป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา รู้จักบทบาท และคุณค่าของความเป็นชายและหญิงในสังคม ให้รู้เท่าทันธรรมชาติ และความต้องการทางเพศของตนเองและของเพศตรงข้าม เพราะเราคงไม่ปฏิเสธว่าความต้องการทางเพศนั้นถือเป็นเรื่องตามธรรมชาติยังคงอยู่คู่กับมนุษย์ปุถุชน ทั้งนี้ เพื่อจะได้รู้จักควบคุม ความต้องการของตนเอง และระวังป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อทางเพศ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมถึงการรู้จักคิดวิเคราะห์ในการป้องกันตัวเอง ตลอดจนการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยด้วย อย่างไรก็ตาม พึงตระหนักเสมอว่าจะต้องสอนให้วัยรุ่นได้เรียนรู้คำว่า “ความรักที่ปลอดภัย” มากกว่า “เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย” 
          การสอนเพศศึกษานั้นต้องเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นให้เป็นไปในทางที่พึงประสงค์ โดยสอนจากเรื่องง่ายไปหายาก เรื่องที่อยู่ใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัว จากเรื่องที่เป็นรูปธรรมที่สามารถเข้าใจได้ง่ายไปยังเรื่องที่เป็นนามธรรมที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และสำนึกรับผิดชอบในเรื่องเพศ โดยใช้ภาษาในการสื่อความหมายให้เข้าใจง่าย  รู้เรื่อง ไม่กำกวม และไม่เป็นไปในลักษณะสองแง่สองง่าม และที่สำคัญผู้สอนจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการสอนเรื่องเพศเป็นอย่างดี ทั้งเนื้อหาและเทคนิคการสอน และเมื่อวัยรุ่นเกิดข้อสงสัย ซักถาม สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง เปิดเผย ตรงไปตรงมา อีกทั้งผู้สอนต้องมีความเชื่อมั่นในสามารถ ความคิด และเหตุผลของผู้เรียน เน้นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 
          จากการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษาในเรื่องเพศศึกษา ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พบว่า ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียน ร้อยละ 72.14 ไม่เห็นด้วยว่าการสอนเพศศึกษาเป็นดาบสองคมหรือเป็นการชี้โพรงให้กระรอก โดยผู้บริหารร้อยละ 89.20เห็นว่าการส่งเสริมการเรียนรู้เพศศึกษาและสุขภาวะทางเพศของเยาวชนเป็นภารกิจสำคัญของโรงเรียนเท่าๆ กับการให้เด็กเรียนต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียง  ร้อยละ 85.79 ของผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการเห็นว่า นักเรียนทุกคนควรได้เรียนเพศศึกษาอย่างต่อเนื่องในทุกระดับชั้น  และร้อยละ 91.25 คิดว่านักเรียนมีสิทธิที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเรื่องเพศอย่างเปิดกว้างและตรงกับความสนใจ 
          “การสอนเพศศึกษานับเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมที่ช่วยลดผลกระทบซึ่งอาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น ทักษะในการสื่อสารอย่างถูกต้อง จึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะวัยรุ่นซึ่งอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และความคิด มักมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องเพศเป็นพิเศษ ทั้งยังอยากทดลองและแสดงออกในเรื่องนี้  ซึ่งถ้าห้องเรียนสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเรียนรู้เรื่องเพศ ครูมีทักษะในการสอนที่เข้าใจง่าย และรับฟังมุมมองของวัยรุ่น รู้จักวิธีจัดการกับปัญหาหรือคำถามที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เพศศึกษามีคุณประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของวัยรุ่น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการทางสังคมไปพร้อมๆ กัน”  คำกล่าวตอนหนึ่งที่ น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศึกษา เคยกล่าวไว้  
          ด้วยความก้าวไกลทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างง่ายดายและหลากหลาย  การสอนเพศศึกษาในสังคมปัจจุบัน แม้จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะต้องพึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะการนำเสนอข้อมูลมีมุมมองทั้งด้านบวกและด้านลบ บางครั้งน้อยไปก็ไม่บรรลุผล  มากไปอาจกลายเป็นดาบสองคมที่จะส่งผลกระทบจนเกิดเป็นภัยแก่สังคมได้ในที่สุด