อิสลามศึกษาแบบเข้ม วิชาสามัญควบคู่ศาสนา : รูปแบบที่ชุมชนต้องการ

อิสลามศึกษาแบบเข้ม
วิชาสามัญควบคู่ศาสนา : รูปแบบที่ชุมชนต้องการ

ฟาฏินา วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 53

          การจัดการศึกษาจำเป็นต้องหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเติบโตมาพร้อมกับความรู้และคุณธรรมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ศาสนาจึงเป็นวิชา/สาระหนึ่งที่กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติมาโดยตลอด  
          วิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิมนั้นการศึกษาด้านศาสนาเป็นสิ่งสำคัญและถือเป็นหน้าที่ของผู้นับถือศาสนาอิสลามทุกคนจะต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ และอิสลามเป็นศาสนาที่ส่งเสริมและกระตุ้นเตือนให้มุสลิมศึกษาหาความรู้ทุกด้านอย่างต่อเนื่อง  โดยไม่ได้แยกแยะความรู้ทางโลกและทางธรรมออกจากกัน แต่ต้องศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตอย่างสมดุลตลอดชีวิต  มุ่งหวังให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างสันติ  
          ในอดีตพี่น้องมุสลิมได้เรียนรู้ศาสนาอิสลามจากโต๊ะครู  จากมัสญิด  จากปอเนาะ  หรือจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเท่านั้น  ต่อมามีการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐมากว่า 30 ปี  โดยเฉพาะสถานศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนใหญ่   นับถือศาสนาอิสลาม  
          จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ศาสนาที่ตนนับถือ   จึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาให้กับผู้เรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  จึงกำหนดสาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมตามกรอบโครงสร้างหลักสูตร  ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ศาสนาเพียงเพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตเท่านั้น    
          การจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าว  จึงเกิดกระแสสังคมจากบางพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ในแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบุว่า ยังไม่เพียงพอและยังไม่สนองตอบความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย  สอดคล้องกับอัตลักษณ์และความต้องการของชุมชนที่ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานได้เรียนรู้วิชาสามัญควบคู่กับวิชาศาสนาอิสลามที่เข้มขึ้น และได้ประกาศใช้หลักสูตรอิสลามศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หรือหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม  โดยเริ่มใช้ในสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนวิชาสามัญควบคู่ศาสนา ในปีการศึกษา 2553  จำนวน 350 โรง  ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส  ปัตตานี  ยะลา  สงขลา (เขต 3)  และสตูล
          จุดหมายสำคัญของหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้ม คือ  มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา  และปฏิบัติตนตามแบบอย่างของนบีมุฮัมมัด  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ตลอดจนมีคุณธรรม จริยธรรมอิสลาม  มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการอ่านอัล-กุรฺอาน และสามารถนำหลักคำสอนไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ มีเหตุผลในการวินิจฉัย  พิจารณาปัญหาต่าง ๆ โดยยึดหลักการอิสลาม  และมีความภาคภูมิใจในความเป็นมุสลิมที่ดี  มีระเบียบวินัย  มีความซื่อสัตย์  สุจริต  อดทน  เสียสละเพื่อส่วนรวม  เห็นคุณค่าของตนเอง  สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสันติสุข
          หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญนอกจากต้องมีความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี      ตามหลักสูตรแกนกลางแล้ว  ที่สำคัญผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในการอ่านอัล-กุรฺอานด้วย  
          ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข  ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก นอกจากรักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์   ซื่อสัตย์สุจริต   มีวินัย  ใฝ่เรียนรู้  อยู่อย่างพอเพียง  มุ่งมั่นในการทำงาน  รักความเป็นไทย  และมีจิตสาธารณะแล้ว  ผู้เรียนหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มยังต้องเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สำคัญ คือ  ต้องรักการอ่านอัล-กุรฺอาน  รักการละหมาด  รักความสะอาด  มีมารยาทแบบอิสลาม  และมีความรับผิดชอบ
          หลักสูตรอิสลามศึกษามีการกำหนดตัวชี้วัดคุณภาพของผู้เรียนด้านต่าง ๆ ไว้ในแต่ละสาระประกอบด้วย  สาระอัล-กุรฺอาน  สาระอัล-หะดีษ  สาระอัล-อะกีดะฮฺ (หลักศรัทธา) สาระอัล-ฟิกฮฺ (ศาสนบัญญัติ)  สาระอัต-ตารีค (ศาสนประวัติ) สาระอัล-อัคลาก (จริยธรรม) สาระภาษาอาหรับ และสาระภาษามลายู/ภาษาอาหรับเสริม เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในแต่ละระดับการศึกษา ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  คุณธรรม  จริยธรรมของผู้เรียน  
          ขณะนี้มีสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประสงค์จะจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มอยู่เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์ ในการพิจารณาสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ  โดยคำนึงถึงความพร้อมด้านทรัพยากร แหล่งการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และที่สำคัญคือต้องเป็นความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในแต่ละท้องถิ่นอย่างแท้จริง  
          เมื่อผู้เรียนจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งด้านวิชาสามัญและศาสนา คือ จบระดับประถมศึกษาปีที่ 6  จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบติดาอียะฮฺ) จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนกลาง (มุตะวัสสิเฏาะฮฺ)  และจบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะได้รับวุฒิอิสลามศึกษาตอนปลาย (ษานะวียะฮฺ)  
          หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลักสูตรอิสลามศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  จะมีส่วนส่งเสริมให้ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของชุมชน ร่วมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่สังคมคาดหวัง  มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกที่ดี สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุข