สื่อการเรียนรู้ : ปัจจัยสำคัญนำผู้เรียนก้าวถึงเป้าหมาย

สื่อการเรียนรู้ : ปัจจัยสำคัญนำผู้เรียนก้าวถึงเป้าหมาย

ฟาฏินา วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 พ.ค. 53

          เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า สังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ยุคโลกไร้พรมแดน การจัดการเรียนรู้ยุคใหม่จึงต้องเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่  และยังต้องจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สำคัญ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  
          หลักสูตรการศึกษาเป็นตัวกำหนดเป้าหมายเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล  แต่กลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ผู้เรียนก้าวไปถึงเป้าหมายได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ ที่สำคัญคือ ผู้บริหารซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้บรรลุมาตรฐาน ครูผู้สอนเป็นบุคคลที่มีบทบาทและสำคัญยิ่งในกระบวนการจัดการเรียนรู้  ผู้เรียนควรได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง รู้จักเสาะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาหรือบรรยากาศภายในห้องเรียนที่จะเอื้อและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานได้  อีกทั้งผู้ปกครองยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ
          แม้หลักสูตรจะเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการจัดการศึกษา แต่สื่อการรู้ก็มีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในการนำพาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายการจัดการศึกษาตามที่หลักสูตรกำหนด ในอดีตเรามีวัดเป็นโรงเรียน มีพระภิกษุเป็นครู สถานที่ศึกษาเล่าเรียนคือกุฏิของพระอาจารย์ โดยมีจินดามณีเป็นแบบเรียนเล่มแรกของไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือเป็นแบบเรียนที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนไทย เหตุผลที่ชื่อจินดามณี เพราะจินดามณีเป็นชื่อของแก้วสารพัดนึกชนิดหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครมีแก้วชนิดนี้นึกอยากจะได้อะไรก็จะได้ตามที่นึก  ซึ่งเปรียบเทียบกับการได้เรียนหนังสือในสมัยนั้นว่า หากผู้ใดได้เรียนหนังสือก็จะมีความรู้ที่แตกฉานจะคิดทำอะไรก็สามารถทำได้เหมือนมีแก้วสารพัดนึก
          แบบเรียน ตำราเรียน หนังสือเรียน เป็นชื่อเรียกตามยุคสมัย เราจะเห็นว่าเมื่อมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรก็จะมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหนังสือเรียนควบคู่กันไปเสมอ  เพราะหนังสือเรียนจะต้องนำเสนอเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหลักสูตรนั่นเอง
          ในอดีตการผลิตและจัดทำหนังสือเรียนเป็นหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ต่อมาในปีการศึกษา 2546 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสื่อเสรีที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกระดับชั้น  โดยให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งส่งผลให้ปัจจุบันมีสื่อการเรียนรู้มากมายหลากหลายจากหลายสำนักพิมพ์ให้สถานศึกษาได้พิจารณาเลือกใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องเหมาะสมกับหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนแต่ละแห่ง
          สื่อการเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการสร้างหรือเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องเหมาะสมกับเนื้อหา วุฒิภาวะ และความสนใจของผู้เรียน ควรเป็นสื่อที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการคิด  ทั้งการคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดที่หลากหลาย  ซึ่งสื่อที่ดีควรเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองต่อไป
          ด้วยความหลากหลายทั้งรูปแบบและประเภทของสื่อการเรียนรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนและผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพึงตระหนักไว้เสมอว่า “ไม่มีสื่อการรู้ใดที่จะสามารถใช้ได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์” ดังนั้น การพิจารณาเลือกใช้สื่อจึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของครูผู้สอนที่ไม่อาจละเลย  ต้องพิจารณาเลือกสื่อที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับผู้เรียนในแต่ละเรื่องหรือแต่ละระดับชั้น
          ในปีการศึกษา 2553 กระทรวงศึกษาธิการยังคงต่อเนื่องโครงการนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ  โดยในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้สนับสนุนงบประมาณให้สถานศึกษาจัดซื้อจัดซื้อแจกนักเรียนทุกคน ทั้งหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย  คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี  และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และแบบฝึกหัดสำหรับให้ผู้เรียนเฉพาะระดับประถมศึกษาได้ฝึกปฏิบัติ  เพื่อช่วยเสริมให้เกิดทักษะและความแตกฉานในบทเรียน ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย  คณิตศาสตร์  และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)  
          ในการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีนั้น สถานศึกษาสามารถพิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดจากบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา  ทั้งฉบับของกระทรวงศึกษาธิการและฉบับของสำนักพิมพ์เอกชนที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับใบอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษา รวมถึงฉบับของสำนักพิมพ์เอกชนที่ผ่านการประกันคุณภาพโดยผู้ผลิต  ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถดำเนินการโดยให้ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด  ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่สถานศึกษากำหนด เสนอให้คณะกรรมการวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาก่อนเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย คือ ผู้แทนครู  ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนกรรมการนักเรียน และผู้แทนชุมชน 
          ณ ปัจจุบัน  สังคมมีความก้าวไกลทางด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี  การจัดการเรียนรู้จะใช้เพียงแค่หนังสือเรียนอย่างเช่นในอดีตคงไม่ได้อีกต่อไป คงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและครูผู้สอนที่จะต้องแสวงหารูปแบบและเครื่องมือที่หลากหลายเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ก้าวไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนในสังคมต่อไป